โรมิโอและจูเลียตจากบทละครสู่จอภาพยนตร์

ในช่วงแรกเริ่มของการดัดแปลงงานละครของโรมิโอและจูเลียตเป็นงานที่ภาพยนตร์ให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพราะละครนั้นเต็มไปฉากแห่งสัญลักษณ์ที่ผู้คนจดจำไม่ว่าจะเป็น ฉากระเบียงห้องนอนของจูเลียต ฉากการตายของไทบอลท์และ เมอร์คเคียวติโอ หรือ แม้กระทั่งฉากบนแท่นวางศพในฉากสุดท้ายของเรื่อง รวมไปถึงบทพูดในหลายๆ ประโยคของบทละครเรื่องนี้
ย้อนกลับไปเมื่อยุคเริ่มต้นแห่งศตวรรษที่ 19 หลังจากที่ได้เริ่มมีธุรกิจภาพยนตร์เพียงแค่ 4 ปี บทละครโรมิโอก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างครั้งแรกในภาพยนตร์ฝรั่งเศส ในปี 1908 วงการฮอลลีวูดก็หยิบยกเอาไปใช้เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน อีกครั้งหนึ่งในปี 1916 จากนั้น ในปี 1936 บริษัท MGM ก็หยิบเรื่องนี้เอาไปสร้าง ในปี 1954 ฉบับของประเทศอังกฤษก็ได้สร้างขึ้นอีกครั้งด้วย ในฉบับนี้ได้รางวัลในเวที เวนิซ ฟิล์มเฟสติวัล
แล้วก็มาถึงฉบับที่โด่งดังที่สุดก็คือในปี 1968 กำกับภาพยนตร์โดย ฟรานโก้ เซฟฟิลี่ นำแสดงโดย โอลิเวีย ฮัสสี่ และ ลีโอนาร์ด ไวท์ติ้ง ภาพยนตร์ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม การแต่งกายยอดเยี่ยมและทำเงินไปทั้ง 40 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างเพียงแค่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
ฉบับของ ลีโอนาโด้ ดีคราปริโอ้ ใน ปี 1996 นั้นกำกับโดยผู้กำกับมือทอง บาซ เลอห์มาน ภาพยนตร์ได้รับการตีความใหม่โดยใช้เบื้องหลังของโลกที่เกิดขึ้นเหมือนกับเป็นยุคสมัยใหม่ โดยมีแบคกราวน์เป็นเมืองไมอามี่ของเป็นอเมริกาเป็นศูนย์กลางของเรื่อง หนังเปลี่ยนจากการดวลดาบเป็นการดวลปืน จากฉากระเบียงห้องนอนกลายมาเป็นฉากสระว่ายน้ำ และหนังก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนกระทั่ง บาซ เลอห์มาน ได้รับหน้าที่ให้กลับไปทำภาพยนตร์ในแนวเดียวกันอีกในเรื่อง Moulin Rouge

ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องโรมิโอและจูเลียตก็มีอีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถาพยนตร์คลาสสิกอย่าง West Side Story ที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจนกลายมาเป็นแบคกราวในเมืองนิวยิร์ในยุค 50 นอกจากนั้นก็ยังมีภาพยนตร์อย่าง Shakespeare in Love ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองจากเวทีออสการ์
นอกนั้นก็ยังมีภาพยนตร์อย่าง Romanoff and Juliet, Romeo Must Die ที่ได้เจ็ทลี มาเล่นในหนังแอคชั่นกำลังภายใน การ์ตูนเรื่อง Gnomeo and Juliet และก็มาถึงภาพยนตร์ที่ยกย่องความเป็นอมตะอย่าง Romeo and Juliet ในฉบับปี 2013 เข้าในไทย 5 ธันวาคมนี้