นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Personal Data Protection Policy

บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทในการเก็บและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและบริษัทยืนยันว่า เราได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร

ข้อมูลส่วนบุคคลแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่

ข้อมูลส่วนบุคคล (ทั่วไป) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่มีชีวิตอยู่ ที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ email address หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญาพฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

2. บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากไหน

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากท่านโดยตรง

บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ ในกรณีต่อไปนี้:

  • ท่านติดต่อสอบถามหรือขอรับข้อมูลจากบริษัท
  • ท่านลงทะเบียนโดยการสร้างบัญชีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
  • ท่านได้ทำแบบสอบถามหรือติดต่อกับบริษัททางโทรศัพท์ อีเมล หรือผ่านพนักงานของบริษัท
  • ท่านเข้าเว็บไซต์ของบริษัท โดยทางบริษัทจะเก็บข้อมูลที่ได้มาจากคุกกี้ (Cookies) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ บริษัทสามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน เมื่อท่านใช้บริการ และ/หรือเข้าสู่แพลตฟอร์ม cookies คือ text files ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่านที่ใช้เพื่อจัดเก็บรายละเอียดข้อมูล log การใช้งานอินเทอร์เน็ตของท่าน หรือพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่อง Cookies ได้จาก https://www.monomax.me/cookie

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมาจากหน่วยงาน/บุคคลภายนอก (Third Party)

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากหน่วยงาน/บุคคลภายนอก ที่เป็นเครือข่ายกับบริษัทในการดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกนำไปใช้ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้กำหนดหรือสั่งไว้ และบริษัทได้กำหนดให้หน่วยงาน/บุคคลภายนอก ต้องรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามมาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย

3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัท โดยสามารถจำแนกประเภทได้ดังนี้

ประเภทข้อมูล รายละเอียด
1. ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน เพศ อายุ ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
2. ข้อมูลการเงิน ได้แก่ เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต/เดบิต
3. ข้อมูลการสื่อสาร ได้แก่ ข้อมูลการซื้อขาย บันทึกข้อมูลการสนทนากับเจ้าหน้าที่ ข้อมูลการสื่อสารทางอีเมล
4. ข้อมูลด้านเทคนิค ได้แก่ หมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์ ชนิดของเบราว์เซอร์ การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา (time zone) ที่ตั้ง (location) ระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้เข้าเว็บไซต์
5. ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ ได้แก่ หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนที่ท่านจะเข้าสู่แพลตฟอร์ม หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าชม จำนวนเวลาที่ท่านใช้ในการชมหน้าเว็บไซต์ สินค้า บริการ หรือข้อมูลที่ท่านค้นหาในแพลตฟอร์ม เวลาและวันที่เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการกดดูเว็บไซต์

4. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทเราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ขอบเขตของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล และเก็บรวบรวมข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็น

  • เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (Legitimate Interests) หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอก หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของท่าน โดยที่ไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นลดน้อยลง
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
  • เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

บริษัทได้สรุปฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบธรรม (Lawful Basis of Processing) ที่บริษัทใช้ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามตารางข้างล่าง

วัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล ฐานการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบธรรม
1. ให้บริการตามสัญญากับลูกค้า
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลการเงิน
เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาให้บริการกับท่าน หรือดำเนินการตามคำขอของท่านเพื่อเข้าทำสัญญาการให้บริการ
2. ให้บริการลูกค้า (Customer Service) ซึ่งรวมถึง
  • การติดต่อลูกค้ากับลูกค้าเพื่อดำเนินตามคำขอของลูกค้า
  • ให้บริการหลังการขาย
  • จัดการด้านสิทธิประโยชน์ของลูกค้า
  • รับเรื่องร้องเรียนของลูกค้า
  • รับแจ้งประสานงานเพื่อแก้ปัญหาการใช้งานของลูกค้า
  • อำนวยความสะดวกลูกค้าในการตรวจสอบข้อมูล การชำระเงิน และ การจัดการสิทธิประโยชน์ของลูกค้า
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลการเงิน
  • ข้อมูลการสื่อสาร
  1. เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการ
  2. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการให้บริการลูกค้า (Customer Service)เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการถึงเข้าบริการ
3. เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาบริการของบริษัท: •ในการรายงานสถิติเรื่องจำนวนลูกค้าเพื่อการวางแผนการตลาด
  • ในการพัฒนาเว็บไซต์ แก้ปัญหาในเชิงเทคนิคที่เกิดขึ้นในการใช้เว็บไซต์และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในการรับบริการจากบริษัท
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลด้านเทคนิค
  • ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ บริษัทในการนำข้อมูลและสถิติการใช้งาน เว็บไซต์มาพัฒนาการให้บริการกับลูกค้า และปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์การใช้ งานของลูกค้า
4. เพื่อส่งข่าวสารโปรโมชั่น รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการตลาด
  • ข้อมูลการติดต่อ
  1. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราในการนำเสนอข่าวสารและโปรโมชั่นให้กับลูกค้า
  2. ถ้าเป็นเรื่องการตลาดแบบตรง (Direct Marketing)เราจะขอความยินยอม โดยชัดแจ้งจากท่านในการให้เรานำข้อมูลส่วนบุคคลท่านไปทำการตลาดแบบตรง

บริษัทอาจใช้ฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบธรรมมากกว่าหนึ่งฐานในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมของเราที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

5. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

บริษัทอาจดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาดหรือให้บุคคลภายนอกที่บริษัทมีข้อตกลงด้วยดำเนินการ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • ในกรณีที่บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการทำการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) กับท่าน บริษัทจะดำเนินการได้เฉพาะกรณีที่ท่านให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง และบริษัทได้มีการแจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลท่านเพื่อการทำการตลาดแบบตรงนั้นกับท่านแล้ว ทั้งนี้ท่านสามารถยกเลิกการให้ความยินยอมกับบริษัท ในเรื่องการทำการตลาดแบบตรง ได้ตลอดเวลาโดยผ่านระบบการยกเลิกการรับข้อมูลของบริษัท
  • ในการทำการตลาดแบบตรงกับท่าน บริษัทใช้ข้อมูลของท่าน ในการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการของท่าน
  • ในกรณีการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัท เช่น กิจกรรมการเล่นเกม หรือกิจกรรมในช่องทาง Social Network ต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของบริษัทให้บุคคลทั่วไปทราบ บริษัทจะไม่นำข้อมูลของท่านไปประมวลผลเพื่อทำการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) ยกเว้นท่านจะให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลไปทำการตลาดแบบตรงได้ โดยบริษัทจะแจ้งท่านถึงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลท่านเพื่อการทำการตลาดแบบตรง และท่านสามารถยกเลิกการให้ความยินยอมกับบริษัทในเรื่องการทำการตลาดแบบตรงได้ตลอดเวลาโดยผ่านระบบการยกเลิกการรับข้อมูลของบริษัท

6. การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล

  1. บริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับหน่วยงาน/บุคคลภายนอก ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็น ที่ต้องเปิดเผยให้หน่วยงาน/บุคคลภายนอกเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือเป็นหน่วยงานมีหน้าที่ตามกฎหมายในการร้องขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล หน่วยงาน/บุคคลภายนอกเหล่านี้ได้แก่
    • บริษัทในเครือ
    • แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์
    • บริษัทหรือที่ปรึกษาด้านการตลาด
    • หน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • หน่วยงานที่บริษัทจ้างให้เก็บข้อมูล
  2. บริษัทกำหนดให้หน่วยงาน/บุคคลภายนอกที่บริษัทเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามมาตรฐานที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนดและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้กำหนดหรือ มีคำสั่งให้บุคคลภายนอกนั้นดำเนินการบุคคลภายนอกจะไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้
  3. เมื่อถูกร้องขอ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อป้องกันการข่มขู่ต่อชีวิตหรือร่างกาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมาย การตั้งข้อหา การใช้สิทธิ์ปกป้องสิทธิทางกฎหมาย และการป้องกันกรณีฉ้อโกง เป็นต้น

7. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

  1. บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระบบงานสารสนเทศของบริษัท และจัดให้มีการรักษาความปลอดภัย ที่มีมาตรฐานเพื่อให้ระบบงานสารสนเทศของบริษัท และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความปลอดภัย โดยมีมาตรการดังนี้
    • จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจจะเข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน
    • จัดให้มีวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
    • จัดการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อความปลอดภัยเมื่อข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลของบริษัทอีกต่อไป
    • มีกระบวนการจัดการกับกรณีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่ต้องสงสัยและต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  2. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
    • บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ บริษัท และเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดโดยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น มาตรฐานทางบัญชี มาตรฐานทางกฎหมาย และกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • ในการกำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล บริษัทจะพิจารณาถึงจำนวน ลักษณะการใช้งาน วัตถุประสงค์ในการให้บริการ ความอ่อนไหวของข้อมูลส่วนบุคคล และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ และระยะเวลาที่กำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มาจากคุกกี้ (Cookies) ในการเก็บข้อมูลเมื่อท่านเข้าใช้เว็บไซต์ บริษัท จะเก็บไว้ไม่เกิน 13 เดือน หรือตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

8. นโยบายเรื่องคุกกี้ (Cookies)

  1. Cookies เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies): บริษัทใช้ Cookies เพื่อพัฒนาการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies) ในการจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านเพื่อช่วยให้บริษัท สามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น Cookies ประเภทนี้ช่วยให้บริษัทจดจำอุปกรณ์หรือ เบราว์เซอร์ของท่านเพื่อให้บริษัทสามารถจัดทำเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจส่วนบุคคลของท่านได้รวดเร็วขึ้น และช่วยให้การบริการและแพลตฟอร์มสะดวกสบายและ เป็นประโยชน์ต่อท่านมากขึ้น ในการปิดใช้งาน Cookies นี้ ท่านสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณโดยดูวิธีการช่วยเหลือของเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน
  2. Cookies เพื่อการวิเคราะห์ (Analytic cookies): บริษัทใช้ Analytics Cookies ที่ให้บริการโดยบุคคลภายนอก เพื่อเก็บข้อมูลว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทมีการใช้งานอย่างไร บริษัททำข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นข้อมูลนิรนามทั้งหมด (Anonymization) และส่งผ่านไปที่บุคคลภายนอกผู้ที่จะสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้หรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้กับบุคคลอื่นที่ประมวลผลข้อมูลให้ตามที่กฎหมายอนุญาต บุคคลภายนอกจะไม่รวมข้อมูลของท่านที่ได้ไปจากเว็บไซต์เรา กับข้อมูลที่บุคคลภายนอกมีอยู่แล้ว ท่านสามารถเลือกปิดการใช้งาน Cookies ลักษณะนี้บนหน้าเว็บไซต์บริษัท

9. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของบริษัท และการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เท่านั้นหากท่านได้กด link ไปยังเว็บไซต์อื่น (แม้จะผ่านช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม) ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้นๆ แยกต่างหากจากของบริษัท

10. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะตรวจสอบประสิทธิภาพของนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว การเปลี่ยนแปลง นโยบายดังกล่าวจะถูกประกาศหรือตีพิมพ์ไว้บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่นของบริษัท

11. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการดำเนินการตามขอบเขตที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้

  1. ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอม (Right to withdraw Consent) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  2. ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (Right of Access) และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน
  3. ท่านมีสิทธิให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ (Right to Rectification)
  4. ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้ (Right to Erasure)
  5. ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุผลบางประการได้ (Right to Restriction of Processing)
  6. ท่านมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นหรือ ตัวท่านเองด้วยเหตุผลบางประการได้ (Right to Data Portability)
  7. ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลของท่านด้วยเหตุผลบางประการได้ (Right to Object)
  8. ท่านมีสิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีที่การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลก่อให้เกิดความเสียหาย ในการใช้สิทธิดังกล่าว

ท่านสามารถติดต่อบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่อยู่ข้างล่างเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ และบริษัทจะดำเนินการตามคำขอของท่านภายใน 30 วัน บริษัทจะดำเนินการพิจารณาคำขอของท่าน ตามขอบเขตของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำขอของท่าน บริษัทจะให้เหตุผลการปฏิเสธคำขอของท่านด้วย

ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องได้ที่ แบบคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

12. ช่องทางการติดต่อกับบริษัท

บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อีเมล : dpo@mono.co.th
ที่อยู่ : เลขที่ 29/9 หมู่ที่ 4 ถนนชัยพฤกษ์ ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120