เอ็ดดี้ เผิง หรือ เผิง อวี๋เยี่ยน ขวัญใจบรรดาสาวๆทั้งจีน,ไทย หนึ่งในนักแสดงหนุ่มที่ฮอตที่สุดในเอเชีย นอกจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นชวนหลงใหลแล้ว เขายังเป็นนักแสดงหนุ่มที่มาพร้อมกับความสามารถ และพร้อมทุ่มเทให้กับอาชีพการแสดง จน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากงานม้าทองคำ (GHA) มารู้จักกับนักแสดงหนุ่มหล่อคนนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า
1. ไม่น่าเชื่อว่าเด็กอ้วนในอดีตจะกลายเป็นหนุ่มหล่อสุดแฮนซัมในวันนี้ เอ็ดดี้ เผิงเล่าว่า ตอนอายุ 11 เขาเป็นเด็กที่อ้วนมากๆ เพราะคุณยายที่เลี้ยงดูอย่างดี มักจะทำก๋วยเตี๋ยวผัดราดซอสไว้ให้เขาทาน และเคย หนักถึง 68 กิโลกรัม แต่นั่นทำให้เขาได้เล่นโฆษณาขนมของว่างอยู่บ่อยๆ เคยแสดงโฆษณาขนมเด็กกว่า 10 ชิ้น เรียกว่าเป็น 'King of Snake'เลยทีเดียว
2. เขา เติบโตมากับครอบครัวที่เต็มไปด้วยผู้หญิง ทั้ง คุณแม่ คุณยาย และพี่สาวอีกสองคน ทำให้เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนต่อผู้หญิง และทำทุกอย่างเพื่อคุณแม่มาตลอด ในเวลาทำงานก็ทานแต่ข้าวกล่องเพื่อเก็บเงินส่งให้คุณแม่เขาเปิดร้านอาหารที่เซี่ยงไฮ้ เรื่องแต่งงานก็บอกว่าจะต้องให้คุณแม่เขาเห็นชอบด้วยเช่นกัน แถมยังเป็นคนที่รักเด็กมาก ชอบไปช่วยเหลือเด็กๆยากไร้เป็นประจำ
3.จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง เริ่มจากงานละครเรื่อง The White Paper of Love ในปี 2545 ก่อนจะก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในปี 2548 เมื่อได้เข้าร่วมแสดงในเรื่อง Chinese Paladin หรือ เซียนกระบี่พิฆาตมาร ในบท ถังหยู ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก รับบทนำในภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง Exit No. 6 หลังจากนั้นก็มีผลงานทั้งโฆษณา ถ่ายแบบ ร้องเพลง ละคร รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ตามมามากมาย
4. จากเด็กหนุ่มที่พูดภาษาจีนออกสำเนียงเสียงประหลาดๆ เพราะอยู่ที่ประเทศแคนาดามานานกว่าสิบกว่าปี ก็ต้องมาฝึกพูดประโยคทีละประโยค เขียนบทเป็นตัวสะกดภาษาอังกฤษให้กับตัวเอง สำเนียงผิดๆถูกๆ ขนาดโค้ชยังบ่นทำนองว่า ไม่รู้ว่า พูดภาษาไต้หวันหรือพูดภาษาอะไรกันแน่
VIDEO
5. จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอาชีพนักแสดงของเขา คือการแสดงใน ภาพยนตร์เรื่อง "Jump Ashin!" จากหนุ่มน้อยหน้าใส ต้องมาเทรนร่างกายยิ่งกว่านักกีฬาโอลิมปิก เพื่อรับบทเป็นนักยิมนาสติกตัวจริง เขาต้องฝึกฝนอยู่หลายเดือน จากคนที่ตีลังกาไม่เป็น จนสามารถกระโดดหมุนตัวกลางอากาศได้อย่างสวยงาม ทำให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม Taiwan Golden Horse Awards
6. ในความเป็นจริงทุกสิ่งไม่ได้มาโชคช่วย เพราะ เอ็ดดี้ เผิง เป็นนักแสดงที่ทุ่มเทให้กับการแสดงมากที่สุดคนหนึ่ง ตอนที่แสดงซีรีส์เรื่อง When Dolphin Met Cat เขาก็ไปเข้าคอร์สฝึกปลาโลมา จนได้ใบประกาศนียบัตรผู้ฝึกสอนปลาโลมามาแล้ว เมื่อต้องรับบทเป็นนักมวย คู่กับจางเจียฮุย ในเรื่อง Unbeatable เขาก็ไป ฟิตสร้างกล้ามเนื้อจนหุ่นล่ำบึ้กเหมือนนักมวย
7. ในปี 2557 เขาก็ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ มารับบทเป็น 'หวงเฟยหง' ในภาพยนตร์เรื่อง Rise of The Legend ที่เป็นเรื่องราว ชีวิตในวัยเด็กของ "หวงเฟยหง" การเติบโตก่อนจะกลายเป็นตำนานของปรมาจารย์กังฟูที่โด่งดังที่สุดในประเทศจีน และมีการนำมาทำเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชั่นแล้วนั่นเอง ในอดีตมีนักแสดงผู้ที่เคยรับบทหวงเฟยหงมาแล้วอย่าง เจ็ท ลี และ จ้าวเหวินจั๋ว ต่างโด่งดังกันไปถึงขีดสุด
8. อย่างที่รู้กันว่า ดาราจีนที่ไม่ได้เติบโตมาในการแสดงแนวแอคชั่น-สายบู๊โดยตรง จะไม่ข้ามมาแสดงในภาพยนตร์แอคชั่นกังฟู ที่จะใช้นักแสดงที่เรียนวิชากังฟูมาเแล้วเท่านั้น เพราะไม่คุ้มที่จะต้องเจ็บตัว แต่ เอ็ดดี้ เผิงก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ที่กล้าเล่น และเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเป็น หวงเฟยหง ฉบับใหม่ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด
9. เขาต้องฝึกวิชากังฟูอยู่นานหลายเดือน และบาดเจ็บจากการถ่ายทำเรื่องนี้อย่างรุนแรง มีเอ็นข้อมือขาด ทั้งบาดแผลและรอยฝกช้ำมากมาย เนื่องจากเขาอยากให้ฉากแอ็คชั่นออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด จึงเลือกที่จะแสดงเองตลอดทั้งเรื่อง โดยมีฉากที่สตั๊นท์แสดงแทนเพียง 5 ฉากเท่านั้น
10. ถ้าลองเปรียบเทียบทั้งสองเวอร์ชั่นใ นภาพยนตร์ หวงเฟยหง "Once upon a time in Shanghai" เวอร์ชั่นของเจ็ท ลี จะเล่าเรื่องราวเมื่อหวงเฟยหงได้เติบโตและกลายเป็นตำนานไปแล้ว แต่ในเวอร์ชั่น Rise of the Legend จะกล่าวถึงชีวิตในวัยเด็ก การเติบโต ก่อนจะกลายเป็นตำนานของปรมาจารย์กังฟู "หวงเฟยหง"ในแบบ เอ็ดดี้ เผิง จึงดุดัน เลือดร้อน และนับว่าเป็นหวงเฟยหงที่หล่อละลายใจสาวมากที่สุดเลยทีเดียว
VIDEO
VIDEO