เมื่อมีหนังประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าจะต้องมีการวางแผนสร้างภาคต่อทันที แต่ในบางครั้งก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนตัวนักแสดง เพราะตัวละครที่เราคุ้นหน้าในภาคที่แล้วอาจไม่สามารถกลับมาร่วมแสดงได้ และมีนักแสดงหน้าใหม่มาแทนที่ มาดูกันว่ามีใครบ้างที่ถูกปลด และเพราะอะไรเราถึงไม่ได้เห็นพวกเขาในหนังภาคต่อ
1. ราเชล เลอเฟอริม - Twilight
สาวผมแดงที่รับบทเป็น วิคตอเรีย แวมไพร์สาวผู้คั่งแค้น ในหนัง แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 ภาคแรก แต่เมื่อมาถึง The Twilight Saga Eclipse ภาคที่ 3 เธอก็ถูกถอดออกไป และได้นักแสดงสาว ไบรซ์ ดัลลัสฮาวเวิร์ด มาสวมรอยต่อจากเธอ แม้ว่าสาวราเชลจะไม่ปลื้มกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางเลือก
"ความจริงแล้ว ฉันรักในการมารับวิคตอเรียมาก และตามสัญญาข้อตกลงระบุว่า ฉันสามารถรับงานถ่ายทำอื่นที่มีตารางการถ่ายทำระยะสั้นๆได้" เธอให้สัมภาณษ์กับนิตยสาร Access Hollywood "ซึ่งตอนนั้นฉันก็เลยรับงานแสดงเรื่อง บาร์นี่ย์ส เวอร์ชั่น ซึ่งตามมันมีกำหนดเวลาถ่ายทำแค่ 10 วัน ...10 วันเท่านั้น แต่ฉันกลับถูกสตูดิโอถอดออกจาก Twilight Saga ทั้งๆ ที่มันมีกำหนดถ่ายทำนานกว่า 3 เดือน"
"ฉันไม่เคยเข้าใจเลย ว่าทำไมต้องเสียบทนี้ไปเพราะ 10 วันที่ดันมามีปัญหา ตลอดมาฉันแฮปปี้มากกับการทำงานร่วมกับสตูดิโอซัมมิตและอยากจะทำงานร่วมกันต่อไป ถ้าหากว่าเขาไม่เด้งฉันออกน่ะนะ"
ซึ่งถ้าไปฟังด้านสตูดิโอ พวกเขากลับบอกว่าได้พิจารณาอย่างเป็นธรรมแล้ว และนักแสดงที่พวกเขาต้องการ จะต้องทุ่มเททุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกซ้อม ถ่ายทำตลอดตารางกำหนดการของภาพยนตร์ และความจริงก็คือ การที่ราเชลหันไปให้ความสนใจหนังเรื่องอื่นนั่นแหละ ที่ทำให้เธอต้องถูกถอดออกจากหนังเรื่องนี้
2. คลอเดีย เวลส์ - Back to the Future
เจนนิเฟอร์ แฟนสาวของมาร์ตี้ แม็กฟลาย ในหนังไซไฟ Back to the Future เจาะเวลาหาอดีต ภาพยนตร์อมตะฉบับออริจินอลของผู้กำกับโรเบิร์ต เซเม็กคิส รับบทโดยสาวสวย คลอเดีย เวลส์ แต่พอมีภาค 2 บทบาทของเธอกลับถูกแทนที่โดย เอลิซาเบธ ชู ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่มันก็เป็นการตัดสินใจของเธอเอง และมีสาเหตุมาจากเรื่องของครอบครัว
"แม่ฉันเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขั้นที่สี่" เธอบอกกับนิตยสาร The Huffington Post "ฉันคิดแล้วคิดอีก และไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลยว่าจะต้องทิ้งบทบาทนี้ไป แต่ลึกๆ แล้วฉันคิดว่าฉันทำถูกต้อง"
3. คริสพิน โกลเวอร์ - Back to the Future
เขาโด่งดังในการรับบทเป็นคนประหลาดๆ อย่าง จอร์จ แม็กฟลาย ในหนังไซไฟยุค 90 Back to the Future แต่ในภาค 2 บทของเขาก็ถูกแทนที่โดยเจฟฟรี่ย์ ไวสส์แมน
เขาเคยออกมาบอกว่า เหตุผลที่เขาไม่เล่นภาคต่อเพราะมีปัญหาเรื่องค่าตัวนั้นมันไม่เป็นความจริง ปัญหาจริงๆ ก็คือการที่เขาไปคุยกับนักเขียนบทและโปรดิวเซอร์เกี่ยวกับตอนจบของหนังเรื่องนี้ ว่าในตอนสุดท้ายแล้ว ครอบครัวแม็กฟลาย ควรจะจบลงอย่างมีความสุข เต็มไปด้วยความรักและร่ำรวย จนสุดท้ายเขาก็ถูกถอดออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้และมีนักแสดงคนอื่นที่คล้ายกันมาแทนที่ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยการฟ้องร้อง และเขาเป็นฝ่ายชนะ
ในปี 2015 เขาเคยให้สัมภาษณ์ The Guardian ว่า "ผมแค่ถามคำถามที่ควรจะถาม -ทำไมตอนจบถึงเป็นแบบนั้น- พวกเขาก็โกรธและทำเรื่องที่มันโหดร้าย ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จ"
4. เทอเรนซ์ ฮาวเวิร์ด - Iron Man
นักแสดงหนุ่มผิวสีที่แสดงเป็น เจมส์ โร้ดดี้ ใน Iron Man ภาคแรก ทั้งๆ ที่เขาแสดงได้อย่างน่าประทับใจในบทนาวาอากาศโทเพื่อนสนิทซี้ปึกของ โทนี่ สตาร์ค และได้เซ็นสัญญาเล่นต่อ 3 ภาคเรียบร้อยแล้ว แต่กลับโดนเด้งและมี ดอน ชี้ดเดิ้ล มาเสียบบทนี้แทน ซึ่งฮาวเวิร์ดให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวเขานั้นไม่มีปัญหากับนักแสดงที่เข้ามารับบทนี้แทนเขา แต่ที่มีปัญหาด้วยน่าจะเป็นกับพระเอกฮีโร่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มากกว่า
“ในตอนทำหนังภาคสอง คนที่ผมมีส่วนช่วยเหลือให้ได้แสดงบท Iron Man กลับเป็นคนเขี่ยผมทิ้ง และคว้าเงินที่ควรจะเป็นของผมไป”
เรื่องของเรื่องก็คือพอหนังดังระเบิด และดาราตัวนำอย่างโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ขออัพค่าตัวเพิ่ม ทำให้ทางมาร์เวลต้องมาคุยกับฮาวเวิร์ดว่า "เราคิดว่าหนังประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคุณ" และจะจ่ายค่าตัวของเขาแค่ 1 ใน 8 ของสัญญาเท่านั้น แน่นอนว่าเรื่องราวจบไม่สวยนักสำหรับฮาวเวิร์ด เพราะเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงค่าตัวที่เคยได้ทำสัญญากันไว้แล้ว
เราเลยไม่ได้เห็นเขากลับมารับบทเป็นโร้ดดี้อีก และเรื่องนี้นับว่านี้เป็นเรื่องน่าเศร้าของชีวิตนักแสดงคนหนึ่งเลยทีเดียว
5. เคที โฮลมส์ - Batman Begins
แม้ว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน จะเป็นหนึ่งในผู้กำกับชื่อดังที่ไม่ว่านักแสดงคนไหนก็อยากทำงานร่วมกับเขา แต่นักแสดงสาว เคที่ โฮลมส์ เลือกที่จะไม่กลับมารับบทเป็น เรเชล ดอว์ส ในหนัง The Dark Knight ภาคต่อของแบทแมน เพราะเธอขอเวลาไปทุ่มเทให้กับครอบครัวที่มีสามีสุดหล่ออย่าง ทอม ครูซ และลูกสาว ซูริ ก่อน ในภาค 2 บทนี้เลยกลายเป็นของ แม็กกี้ จิลเลนฮาลในที่สุด
ซึ่งทางผู้กำกับโนแลนให้สัมภาษณ์ว่า "มันก็ดีแล้ว และผมคิดว่าโชคดีมากๆ ที่ได้แม็กกี้ จิลเลนฮาลมาเล่นแทน"
ส่วนสาวนักแสดงให้สัมภาษณ์ว่า "จริงๆแล้วฉันสนุกมากๆ แล้วก็หวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับโนแลนอีก มันเป็นการตัดสินใจใน ณ ช่วงเวลานั้น และฉันยังยืนยันว่ามันถูกต้องแล้ว ดังนั้นฉันเลยไม่รู้สึกเสียใจ แถมแม๊กกี้ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม"
6. เรเชล ไวสซ์ - The Mummy
ดาราสาวแดนผู้ดีเจ้าของตุ๊กตาออสการ์ถอนตัวบท เอเวอลีน ในภาพยนตร์สุดโด่งดัง The Mummy หลังจากที่สองภาคแรกและทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ บทบาทของเธอก็ถูกแทนที่ด้วย มาเรีย เบลโล่ ส่วนสาเหตุที่เธอตัดสินใจไม่เล่นต่อในแฟรนไซส์ขายดีเรื่องนี้ก็มีมากมายเหลือเกิน เช่นว่า เธอไม่อยากห่างครอบครัวเพื่อไปถ่ายทำไกลถึงแผ่นดินจีน เธอไม่อยากเล่นเป็นแม่ของเด็กอายุ 21 และนอกเหนือจากนั้น ก็คือเธอไม่ชอบบทหนังเรื่องนี้
7. โจดี้ ฟอสเตอร์ - The Silence of the Lambs
หลังจากที่ได้รับรางวัลออสการ์ยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง The Silence of the Lambs สาวโจดี้ตัดสินใจที่จะไม่กลับมาเล่นภาคต่อ ฮันนิบาล อีก แม้ว่านักแสดงร่วมอย่าง แอนโธนี่ ฮ็อปกินส์ และ ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับต่างตกลงจะกลับมาทำภาพยนตร์ชุดนี้ต่อ
มีข่าวลือว่าสาเหตุหลักๆ คือเธอไม่ชอบบทภาพยนตร์ภาคต่อ "เหตุผลอย่างเป็นทางการที่ฉันไม่ได้แสดงต่อ คือกำลังทำภาพยนตร์เรื่องอื่นอยู่ ดังนั้นฉันจะให้เหตุผลในทางที่ดีนะ ฉันไม่เหมาะสมกับบทนี้ ...ฉันได้ดูฮันนิบาลแล้ว และฉันจะไม่แสดงความคิดเห็น"
8. เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน - The Incredible Hulk
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นักแสดงฝีมือคุณภาพ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ที่ไม่ได้มารับบทฮีโร่ยักษ์เขียว ต่ออาจจะเป็นเพราะสัญญาขูดรีดของทางค่าย แต่แม้ว่าเราจะยังไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับสัญญาว่าข้อตกลงเป็นอย่างไร แต่ที่ทราบแน่ชัดคือ เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับผู้กำกับมาร์เวล พอสตูดิโอมาร์เวลประกาศรายชื่อผู้ที่จะมารับบท เดอะฮัลค์ คือ มาร์ค รัฟฟาโล เขาก็เขียนลงเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เราหวัง เขารู้สึกภูมิใจที่ได้รับบท บรูซ แบนเนอร์ และ ฮัลค์ ใน The Incredible Hulk อยู่แล้ว และไม่ขอรับเล่นบทนี้ต่อ แม้จะเป็นตัวละครตัวเดียวกันก็ตาม ซึ่งเขารู้ดีว่าการปฏิเสธของเขาครั้งนี้ อาจจะทำให้เหล่าแฟน ๆ ผิดหวัง แต่ก็ขอขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่เชียร์ให้เขาเล่นบท ฮัลค์ ในภาพยนตร์เรื่อง Avengers
ต่อมาเขาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการว่า "รู้สึกสนุกมากจริงๆ" ในการทำงาน แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่า "อยากรับบทที่มีความหลากหลายมากขึ้น"
9. ริชาร์ด แฮร์ริส - Harry Potter
ทั้งดัมเบิ้ลดอร์และริชาร์ดไม่สามารถโกงความตายได้ตลอดไป น่าเศร้าที่เขาเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 72 ปี จากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และบทนี้ก็ถูกส่งต่อให้ไมเคิล แกบบอนเข้ามารับแสดงเป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนเวทมนตร์ ตั้งแต่ภาคนักโทษแห่งอัซคาบันจนกระทั่งจบซีรีส์