เล่นใหญ่จนคุ้มเกินค่าตัว นี่คือ 10 นักแสดงดังที่ได้เงินน้อยอย่างเหลือเชื่อ จากบทบาทการแสดงที่โด่งดังของพวกเขา
10. โจนาห์ ฮิลล์— The Wolf of Wall Street
แม้ว่าเขาเป็นนักแสดงตลกชื่อดังค่าตัวแตะหลักล้าน แต่เพื่อการได้ร่วมงานกับผู้กำกับในดวงใจอย่างมาร์ติน สกอร์เซซี่ ทำให้โจนาห์ ฮิลล์ ยอมลดค่าตัวลงมาเหลือ 60,000 เหรียญ กับการรับบทในหนังเรื่อง The Wolf of Wall Street (2013) ต้องนับถือในความเล่นใหญ่ในฉากบ้าๆ ที่เขาเล่นเหมือนคนเสียสติกินปลาทองเข้าไปจริงๆ และบทนี้ก็ทำให้เขาได้เข้าชิงออสการ์ด้วย
9. ทอม ครูซ — Magnolia
100,000 ดอลลาร์เป็นค่าจ้างที่เรียกได้ว่าน้อยเกินไปหน่อย สำหรับนักแสดงค่าตัวหลายล้านจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อย่าง Mission: Impossible, Jerry Maguire, Interview with the Vampire แต่เมื่อทอม ครูซได้อ่านบทของหนังเรื่องนี้ เขาก็ตกลงรับเล่นทันที แถมยังเล่นได้ดีเกินระดับจนคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาด้วย
8. แบรด พิตต์ — Thelma and Louise
หนังแนว road movie เรื่อง Thelma and Louise (1991) คือก้าวแรกอันยิ่งใหญ่ของนักแสดงคนนี้ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นดาราดัง เขาได้รับค่าตัวเพียง 6,000 เหรียญเท่านั้น ซึ่งค่าตัวเท่านี้ดูจะน้อยไปนิดถ้าเทียบกับออร่าความหล่อของพี่แกที่มากเกินเบอร์เหลือเกิน
7. ไรอัน กอสลิง — Half Nelson
หลังจากหนังเรื่อง The Notebook ประสบความสำเร็จ ไรอัน กอสลิง ก็กลายเป็นฮอตสตาร์ดาราหนังทำเงิน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เลือกแสดงบทครูติดยาเสพติด ในหนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง Half Nelson (2006) และรับค่าตัวเพียงสัปดาห์ละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างน้อยไรอันก็ยังได้กำไรกลับมาบ้าง คือได้เข้าชิงออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องนี้
6. ฮิลารี สแวงก์ — Boys Don’t Cry
แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของฮิลารี สแวงก์ ที่ทำให้เธอคว้ารางวัลออสการ์มาได้ไม่คาดฝัน แต่ค่าตัวที่เธอได้รับจากหนังเรื่องนี้ก็ต่ำจนน่าเหลือเชื่อเช่นกันฮิลารี สแวงก์ ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงแรกๆเธอมีทางเลือกไม่มากนัก ค่าตัวจาก Boys Don't Cry ก็ยังไม่พอสำหรับการทำประกันสังคมเลย โดยเธอได้วันละ 75 เหรียญ เมื่อหนังปิดกล้องก็ได้เงินเพิ่มอีกนิดรวมแล้วเป็น 3,000 เหรียญ
5. ดัสติน ฮอฟแมน — The Graduate
ในตอนนี้เรื่อง The Graduate (1967) ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่นักแสดงนำอย่างดัสติน ฮอฟแมนได้ค่าตัวอยู่ที่ 17,000 เหรียญ ซึ่งแทบจะไม่พอที่จะไปจ่ายหนี้ของเขาด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อย หนังเรื่องนี้ ก็ทำให้ฮอฟแมนก้าวสู่การเป็นนักแสดงมืออาชีพชื่อดังในเวลาต่อมา
4. เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ — Winter’s Bone
สำหรับบทบาทของเธอใน Winter's Bone (2010) ที่ทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์ ลอว์เรนซ์ได้รับค่าจ้างเพียง 3,000 เหรียญเท่านั้น แต่มันเหมือนเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้เธอกลายเป็นดาราดัง หนังเรื่องต่อๆ มาของลอว์เรนซ์ก็ดังระเบิด และพาเธอไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ทุกโพลสำรวจนักแสดงรายได้สูงสุดในโลกต้องมีชื่อ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ติดอยู่
3. แฮร์ริสัน ฟอร์ด — Star Wars
มีข่าวลือว่าแฮร์ริสันเกือบปฏิเสธข้อเสนอที่จะเล่นบทเป็นฮันโซโล เพราะการรับบทในภาพยนตร์มหากาพย์สงครามอวกาศในปี 1977 ได้ค่าจ้างเพียง 10,000 เหรียญ จนผ่านมา 38 ปี เขาสามารถโกยรายได้จากหนังสตาร์วอร์ส สูงถึง 34 ล้านเหรียญสหรัฐ
2. จิม แคร์รีย์ — Yes Man
มันก็ต้องลุ้นกันหน่อย ว่านักแสดงชั้นนำค่าตัวสูงอย่างจิม แคร์รี่ย์จะได้ค่าจ้างเท่าไหร่ นับเป็นความเสี่ยงครั้งสำคัญในชีวิตนักแสดงที่ตกลงเซ็นสัญญาค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง โดยไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าสักบาท จิม แคร์รีย์ตกลงเล่นหนังเรื่องนี้ และคำนวนค่าจ้างเอาตามรายได้ 36.7% ของหนัง โชดดีที่สุดท้ายแล้วหนังทำรายได้พอสมควร สุดท้ายจิมเลยได้ค่าจ้างมาราวๆ 35 ล้านเหรียญ
1. บิล เมอร์เรย์ — Rushmore
ดารารุ่นใหญ่ที่ว่ากันว่าเจ้าอารมณ์ ทำอะไรตามใจ จนได้ฉายาว่า "เมอริเคน" อยู่ๆก็ตัดสินใจเล่นหนังของ เวส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับหน้าใหม่โนเนม (ในตอนนั้น) โดยรับค่าตัวแค่ 9,000 เหรียญฯ ซึ่งถือว่าต่ำสุดตามมาตรฐานสมาคมนักแสดง แถมยังควักกระเป๋าออกเงินช่วยกองถ่ายไป 75,000 เหรียญฯ ถึงจะรู้สึกว่าเขาไม่น่าจะได้อะไร แต่สุดท้ายหนังเกิดปังขึ้นมา อย่างน้อยบิลก็ได้รางวัลไปประดับบารมีเพิ่มทั้ง New York Film Critics Circle, National Society of Film Critics, Los Angeles Film Critics Association และ Independent Spirit Awards