FAQ

แก้ไขปัญหาการรับชม

เบราว์เซอร์ที่รองรับ

  • Google Chrome เวอร์ชัน 37 ขึ้นไป ใน Windows 7 ขึ้นไป และ Mac OS X เวอร์ชัน 10.9 ขึ้นไป (Mavericks) หรือ Linux*
  • Internet Explorer เวอร์ชัน 11 ขึ้นไป ใน Windows เวอร์ชัน 8.1 ขึ้นไป
  • Microsoft Edge ใน Windows 10
  • Mozilla Firefox เวอร์ชั่น 47 หรือใหม่กว่าใน Windows Vista หรือใหม่กว่า, Mac OS X 10.7 หรือใหม่กว่า หรือ Linux* รองรับการใช้งานกับรุ่นที่เปิดตัวเป็นทางการจาก Mozilla ไม่รองรับการใช้งานกับรุ่นที่ไม่ใช่ Mozilla
  • Opera เวอร์ชัน 33 ขึ้นไปใน Windows Vista Service Pack 2 ขึ้นไป และ Mac OS X เวอร์ชัน 10.9 ขึ้นไป
    *เนื่องจากรูปแบบของ Linux ที่มีเป็นจำนวนมาก ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าไม่สามารถช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ Linux ได้

Download Browser

ข้อผิดพลาดในการรับชมเนื้อหาที่มี DRM บน Chrome

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบราว์เซอร์ที่ใช้สามารถเล่นเนื้อหาที่มีการปกป้องได้

  1. เลือกปุ่มเมนูของ Chrome จากแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  2. เลือก "การตั้งค่า"
  3. เลื่อนลงแล้วเลือก "แสดงการตั้งค่าขั้นสูง..."
  4. ในส่วน "ความเป็นส่วนตัว" เลือก "การตั้งค่าเนื้อหา..."
  5. เลื่อนลงไปที่ "เนื้อหาที่ได้รับการปกป้อง" และตรวจให้แน่ใจว่าได้เลือกตัวเลือก
  6. อนุญาตให้เวปไซต์เล่นเนื้อหาที่ได้รับการปกป้อง" (ตัวเลือกแนะนำ)
  7. เลือก "เสร็จ"
  8. ลองใช้ MONOMAX อีกครั้ง

การอัปเดตสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine

หมายเหตุ: ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและ/หรือไฟร์วอลล์ สามารถขัดขวางไม่ให้มีการอัปเดตสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine ได้สำเร็จ

โปรดปิดซอฟแวร์ป้องกันไวรัสและ/หรือไฟร์วอลล์ก่อนตรวจสอบการอัปเดต เมื่ออัปเดตเสร็จแล้ว คุณสามารถเปิดซอฟแวร์รักษาความปลอดภัยได้อีกครั้ง ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดบราวเซอร์ของ Chrome แล้วพิมพ์ chrome://components และกดแป้น "เอ็นเทอร์" หรือ "ย้อนกลับ" บนแป้นพิมพ์
  2. ค้นหาองค์ประกอบของ "โมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine" เลือก "ตรวจสอบเพื่ออัปเดต"
  3. เมื่อเห็น "สถานะ – อัปเดตองค์ประกอบแล้ว" ให้รีสตาร์ท Chrome และลองใช้ MONOMAX อีกครั้ง

หาก "โมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine" ไม่ได้อยู่ในส่วนของ chrome://components กรุณาตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณกำลังใช้ Chrome จาก Google เนื่องจากไม่รองรับเบราว์เซอร์ Chromium

ตรวจสอบว่าคุณได้ติดตั้งซอฟแวร์ป้องกันไวรัสไว้หรือไม่

เบราว์เซอร์ที่ติดตั้งอาจมีลักษณะเป็น Google Chrome แต่ไม่ได้เป็นเวอร์ชันที่แท้จริงของเบราว์เซอร์ วิธีตรวจสอบเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ ดังนี้ี

  1. ในแถบเมนู เลือก Chrome
  2. เลือก "เกี่ยวกับ Google Chrome"
  3. หมายเลขเวอร์ชั่นจะปรากฏขึ้น

เวอร์ชั่นที่เป็นทางการของ Chrome จะมีหมายเลข '0' อยู่ในชุดที่สองของตำแหน่งตัวเลข (เช่น 59.0.x.x) หากเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ไม่มีหมายเลข '0' อยู่ในชุดที่สองของตำแหน่งตัวเลข เพื่อความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ เราขอแนะนำให้ขอรับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านไอที

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากมีซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหรือป้องกันมัลแวร์อยู่ในคอมพิวเตอร์ โปรดทำการสแกนระบบอย่างสมบูรณ์
  • เปิด Chrome เฉพาะจาก "เมนู Start" ของ Windows เท่านั้น
  • ติดตั้ง Chrome จากหน้าดาวน์โหลดที่เป็นทางการ ตรวจให้แน่ใจว่าใช้เมนูลัดของ Chrome ที่ถูกต้องเพื่อเปิดเบราว์เซอร์

ข้อผิดพลาดในการรับชมเนื้อหาที่มี DRM บน Firefox:

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปิดใช้งานเนื้อหา DRM ใน Firefox

  1. เลือกไอคอน "เมนู" จากมุมขวาบน
  2. เลือก "ตัวเลือก"
  3. เลือก "เนื้อหา" จากเมนูทางซ้าย
  4. ยกเลิกการทำเครื่องหมาย จากนั้นทำเครื่องหมายในช่องที่อยู่ถัดจาก "เล่นเนื้อหาของ DRM" ให้ทำเครื่องหมายในช่องก่อนดำเนินการต่อ
  5. รีสตาร์ท Firefox และลองใช้ MONOMAX อีกครั้ง

การอัปเดตสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine บน Firefox

หมายเหตุ: ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและ/หรือไฟร์วอลล์ สามารถขัดขวางไม่ให้มีการอัปเดตโมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine ได้สำเร็จ โปรดปิดซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและ/หรือไฟร์วอลล์ก่อนตรวจสอบการอัปเดต เมื่ออัปเดตเสร็จแล้ว คุณสามารถเปิดซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยได้อีกครั้ง

  1. เลือกไอคอน "เมนู" จากมุมขวาบนของเบราว์เซอร์
  2. เลือก "โปรแกรมเสริม"
  3. เลื่อนไปยังแท็บ "ปลั๊กอิน"
  4. ค้นหา "โมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine จาก Google, Inc." คลิกขวา จากนั้นเลือก "ค้นหาการอัปเดต"
    หากคุณเห็นข้อความ "โมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine จาก Google, Inc จะติดตั้งในอีกไม่ช้า" กรุณารอสักครู่เพื่อติดตั้ง
  5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า เลือก "เปิดใช้งานอยู่เสมอ" จากเมนูดร็อปดาวน์ที่อยู่ข้าง "โมดูลสำหรับการถอดรหัสเนื้อหาของ Widevine"
  6. ลองเข้า MONOMAX อีกครั้ง

อัปเดต Firefox เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  1. เปิด Firefox หากยังไม่ได้เปิด
  2. เลือกไอคอน "เมนูของ Firefox"
  3. เลือกไอคอน "ความช่วยเหลือ"
  4. เลือก "เกี่ยวกับ Firefox" การทำเช่นนี้จะตรวจสอบการอัปเดตและดาวน์โหลดการอัปเดตที่พร้อมให้งาน
  5. เมื่ออัปเดตเสร็จแล้วให้เลือก "รีสตาร์ท Firefox เพื่ออัปเดต"
  6. ลองใช้ MONOMAX อีกครั้ง
  7. หากพบปัญหาในการอัปเดต Firefox โปรดดูที่หน้าการสนับสนุน 'การอัปเดตล้มเหลว' หรือหน้า "อัปเดต Firefox" ของ Mozilla สำหรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

คุณใช้งาน Firefox เวอร์ชันเป็นทางการของ Mozilla หรือไม่

  • ระบบไม่รองรับ Firefox เวอร์ชั่นปรับแต่งเอง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณใช้ Firefox เวอร์ชั่นที่เปิดตัวเป็นทางการโดย Mozilla ดาว์นโหลดเวอร์ชั่นที่รองรับจาก mozilla.org/firefox

คุณใช้งานคอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน โรงเรียน หรือของสาธารณะหรือไม่

  • ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์อาจป้องกันไม่ให้คุณติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นเพื่อเล่น MONOMAX ติดต่อผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของคุณสำหรับความช่วยเหลือ

การแจ้งปัญหา

ส่งคำถามถึงเรา

สมาชิกของ monomax.me สามารถติดต่อสอบถามทีมงานเกี่ยวกับ ปัญหาต่างๆ ในการใช้บริการ monomax.me ได้ที่นี่

ทางทีมงานจะทำการติดต่อกลับเมื่อมีการแจ้งเข้ามาในระบบ หรือ ติดต่อ Line Official หรือ ทาง facebook.com/messages/t/monomax.me ให้บริการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 18.00 น.

* กรุณา แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อกลับได้สะดวกค่ะ

ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

ยกเลิกการต่ออายุุสมาชิก

การยกเลิกการต่ออายุสมาชิกสำหรับลูกค้าที่ทำการผูกวิธีการชำระเงิน (การต่ออายุอัตโนมัติ) ผ่านบัตรเครดิต และ วิธีการสมัครผ่านแอปพลิเคชัน monomax ไว้ สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวท่านเองได้ ดังนี้

กรณียกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต (กรณีสมัครผ่านหน้าเวป)

  1. ลูกค้าล็อคอินเข้าระบบ (กรณียังไม่ล็อคอิน)
  2. เข้าที่เมนูด้านบนขวามือ " ข้อมูลส่วนตัว"
  3. คลิกที่ปุ่ม ยกเลิกการต่ออายุสมาชิก (จะเห็นปุ่มนี้ เฉพาะสมาชิกที่ชำระผ่านบัตรเครดิต)
  4. เมื่อต้องการต่ออายุอีกครั้ง สามารถเลือกปุ่ม ซื้อแพ็กเกจได้อีกครั้ง

กรณียกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติผ่าน itune (กรณีสมัครผ่านแอป iOS : iPhone , iPad)

ลูกค้าสามารถทำรายการยกเลิกได้ที่ itune & App store ของลูกค้าเอง โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iTunes & App Store แตะที่ Apple ID ของคุณที่ด้านบนสุดของหน้าจอ แตะดู Apple ID คุณอาจต้องลงชื่อเข้าใช้หรือใช้ Touch ID
  2. แตะการสมัครรับบริการ แตะการสมัครรับที่คุณต้องการจัดการ ใช้ตัวเลือกเพื่อจัดการการสมัครรับของคุณ คุณสามารถเลือกการสมัครรับรายการอื่นที่มีให้เลือก หรือแตะยกเลิกการสมัครรับเพื่อยกเลิกการสมัครรับได้ หากคุณยกเลิก การสมัครรับของคุณจะหยุดลงเมื่อสิ้นสุดรอบบิลปัจจุบัน หรือ คลิกที่นี่

(เนื่องจากข้อมูลที่ลูกค้าผูกกับทาง itunes เป็นความลับของลูกค้า ทางระบบไม่สามารถเห็นข้อมูลได้ลูกค้าได้) หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ call center ได้ค่ะ

กรณียกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติผ่าน Google Play (กรณีสมัครผ่านแอปเอนดรอยด์)

ลูกค้าสามารถยกเลิกได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถดูวิธีการยกเลิกผ่าน google play คลิกที่นี่

(เนื่องจากข้อมูลที่ลูกค้าผูกกับทาง Google เป็นความลับของลูกค้า ทางระบบไม่สามารถเห็นข้อมูลได้ลูกค้าได้) หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ call center ได้ค่ะ