รีวิวหนังที่น่าสนใจ

รีวิวหนัง : The Kite Runner แด่มิตรภาพ


The Kite Runner แด่มิตรภาพ
 

 


>>> เรื่องย่อภาพยนตร์ แด่...มิตรภาพ The Kite Runner >>>
 

เมื่อครั้งยังเด็ก มิตรภาพระหว่างเราและเพื่อนผูกพันกันแนบแน่น แต่พอวัยเยาว์พ้นผ่าน เพื่อนสนิทของเราคนนั้นลาจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปอยู่ที่อื่น แรก ๆ เราคงรู้สึกเหงา ว้าเหว่ ที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว แต่พอนานวันเรามีเพื่อนใหม่เข้ามาแทนเพื่อนคนเก่า ความรู้สึกที่ว่าเหงานั้นก็ค่อย ๆ คลายหมุนเวียนผันผ่านไปตามกาลเวลา ในประเทศที่แตกแยกจนจะก้าวเข้าสู่สงครามได้ทุกนาที อาเมียร์ กับ ฮัสซัน เพื่อนสนิทสองคนกำลังจะต้องแยกทางจากกันไปตลอดกาล บ่ายวันท้องฟ้าสดใสในเมืองคาบูล ทั้งคู่สนุกสนานกับการแข่งว่าว แต่ผลจากชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในวันนั้น กลับทำให้เด็กคนหนึ่งได้คิดว่า การหักหลังเพื่อนนั้นเป็นตราบาปที่จะติดตรึงอยู่ในใจไปชั่วชีวิต เขาจึงเริ่มออกเดินทางเพื่อไถ่บาป มาบัดนี้หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกามา 20 ปีกว่า อาเมียร์เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานที่เต็มไปด้วยอันตราย ภายใต้การปกครองด้วยกฎเหล็กของกลุ่มตาลิบัน เพื่อเผยความลับที่ตามหลอกหลอนเขามาชั่วชีวิต พยายามแก้ไขในสิ่งผิดและรวบรวมความกล้าหาญ ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นครั้งสุดท้าย เข้าฉายวันที่ 06 มีนาคม 2551 เฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์เท่านั้น


>>> รูปจากภาพยนตร์ แด่...มิตรภาพ The Kite Runner >>>
 

       

       

       


>>> ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์ แด่...มิตรภาพ The Kite Runner >>>

 

เกี่ยวกับตัวภาพยนตร์
 

"ยังมีหนทางที่จะกลับคืนสู่ความดีอีกครั้ง" สร้างจากหนึ่งในนิยายที่ได้รับคำชมที่สุดเมื่อไม่นานมานี้ THE KITE RUNNER คือเรื่องราวสุดประทับใจที่พูดถึงมิตรภาพ ครอบครัว ความเข้าใจผิด และความรัก ในประเทศที่ถูกแบ่งแยกด้วยภัยสงคราม สองเพื่อนรักในวัยเด็กเออเมียร์และฮัสซาน ต้องพลัดพรากจากกันไปตลอดกาล มันคือเวลาบ่ายในกรุงคาบูล ท้องฟ้าดูสดใสเจิดจ้าและมีสีสันเพราะการแข่งขันว่าวระดับทัวร์นาเม้นต์ แต่หลังจากวันแห่งชัยชนะ การทรยศของเด็กชายคนหนึ่งนำมาซึ่งหายนะ และเรื่องราวการเดินทางเพื่อไถ่ถอนบาปที่ได้กระทำลงไป บัดนี้หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกานานถึง 20 ปี เออเมียร์ได้เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานที่เต็มไปด้วยอันตรายภายใต้การปกครองด้วยกำลังและอาวุธของกลุ่มตาลีบัน เขาต้องเผชิญหน้ากับความลับอันแสนหดหู่ที่ยังคงตามหลอกหลอนเขา และนี่คือโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้แก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างให้ถูกต้อง มาร์ค ฟอร์สเตอร์ ผู้กำกับที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (STRANGER THAN FICTION, FINDING NEVERLAND และ MONSTER’S BALL) ได้ทำให้หนังสือขายดีของคาเล็ด ฮอสไซนี่ มีชีวิตโลดแล่นอยู่บนจอภาพยนตร์ด้วยทีมนักแสดงและทีมงานที่หลากหลาย มีทั้งกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักแสดงอาชีพจากอัฟกานิสถาน และเอเชียกลาง ผสมรวมกับทีมนักแสดงอาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยถ่ายทำกันตามโลเกชั่นในแถบทะเลทรายทางด้านตะวันตกของประเทศจีนที่ติดกับอัฟกานิสถาน ผลลัพธ์ก็คือการเดินทางสู่โลกใหม่ ผ่านเรื่องราวที่เป็นสากลของมนุษย์ที่นำเสนอถึงคนที่เคยถวิลหาโอกาสครั้งที่ 2 ที่จะได้สร้างความเปลี่ยนแปลงและได้พบกับการให้อภัย ดรีมเวิร์กส์ พิคเจอร์ส, ซิดนี่ย์ คิมเมล เอนเตอร์เทนเม้นต์ และพาร์ติซิแพนต์ โปรดักชั่นส์ ภูมิใจเสนอ THE KITE RUNNER ผลงานการสร้างของ ซิดนี่ย์ คิมเมล เอนเตอร์เทนเม้นต์ และปาร์กส์/ แม็คโดนัลด์ โปรดักชั่น ที่จัดจำหน่ายโดยพาราเม้าต์ คลาสสิกส์ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยมาร์ค ฟอร์สเตอร์ THE KITE RUNNER เขียนบทโดยเดวิด เบนิออฟฟ์ (TROY, STAY) โดยอิงจากหนังสือขายดีของคาเล็ด ฮอสไซนี่ ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยวิลเลี่ยม ฮอร์เบิร์ก (COLD MOUNTAIN, THE TALENTED MR. RIPLEY), วอลเตอร์ เอฟ ปาร์กส์ (GLADIATOR, CATCH ME IF YOU CAN), รีเบ็คก้า เยลด์แฮม (THE MOTORCYCLE DIARIES) และอี เบ็นเน็ตต์ วอลช์ (KILL BILL) ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ ซิดนี่ย์ คิมเมล, ลอรี่ แม็คโดนัลด์, แซม เมนเดส และเจฟฟ์ สกอลล์
 

จากต้นฉบับสู่หนังสือเบสต์เซลเลอร์ สู่จอภาพยนตร์ : เรื่องราวเบื้องหลัง "The Kite Runner"
 

ในปี 2003 หนังสือเรื่อง The Kite Runner ของ คาเล็ด ฮอสไซนี่ เปิดตัวในฐานะนิยายเรื่องใหม่ และติดอันดับหนังสือขายดีอย่างรวดเร็วและยังคงติดอันดับหนังสือขายดีทั่วโลกมาตลอดสี่ปีต่อมา นี่คือเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่พังพินาศด้วยภัยสงครามมานานหลายสิบปี แต่ด้วยธีมที่มีความเป็นสากลที่ว่าด้วยเรื่องราวความผูกพันของครอบครัว, มิตรภาพในวัยเด็ก, ความกล้าที่จะให้อภัย และการไถ่บาปที่จะหาพบได้ในความรักเท่านั้น เรื่องราวนี้สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนจากทุกวัฒนธรรมและทุกสังคม หนังสือเรื่องนี้ที่เขียนโดยนายแพทย์ที่เกิดในอัฟกานิสถาน ผู้มีชีวิตคล้ายกับตัวละครเอกของเรื่อง ซึ่งเดินทางจากอัฟกานิสถานมาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยได้กลับไปยังอัฟกานิสถานเลยหลายสิบปี The Kite Runner นำพาผู้อ่านไปสู่การเดินทางข้ามทวีป สู่การค้นหาของชายคนหนึ่งที่ต้องการแก้ไขความผิดที่ตามหลอกหลอนเขามาทั้งชีวิต เป็นการผสมรวมเรื่องราวส่วนตัวเข้ากับเรื่องการเมือง ฮอสไซนี่ได้สร้างเรื่องราวที่มาพร้อมความตื่นเต้นและความรู้สึกที่จริงจัง แม้นี่จะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้น แต่ความรู้ของฮอสไซนี่ที่เคยเติบโตในกรุงคาบูลในสมัยที่มันยังคงเป็น ไข่มุกแห่งเอเชียกลาง ก่อนที่โซเวียตจะบุกและพวกตาลีบันจะเรืองอำนาจ รวมไปถึงประสบการณ์ของเขาที่อพยพมาเติบโตในอเมริกา ทำให้เรื่องราวของเขามีความสมจริงและมีอารมณ์แบบมนุษย์ปุถุชนที่ส่งผลต่อผู้อ่านอย่างลึกซึ้ง นิยายเรื่องนี้ทำยอดขายไปถึง 8 ล้านเล่มในมากกว่า 34 ประเทศ สำหรับคาเล็ด ฮอสไซนี่ ผลกระทบของความนิยมในตัวหนังสือ The Kite Runner และบัดนี้มันยังได้กลายเป็นภาพยนตร์ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งมาก "ผมยังคงรู้สึกฉงนที่ผู้คนตอบรับต่อนิยายของผมมากขนาดนี้" ฮอสไซนี่บอก "แต่ผมคิดว่ามันคงต้องเป็นเพราะเรื่องนี้มีแก่นที่มีอารมณ์จริงจัง ธีมต่างๆ ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิด มิตรภาพ การให้อภัย ความสูญเสีย ความปรารถนาที่จะได้ไถ่บาป และเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าที่คุณคิดว่าตัวเองเป็น มันไม่ใช่แค่ธีมแบบชาวอัฟกันเท่านั้น แต่มันคือประสบการณ์ของมนุษย์" และธีมเหล่านี้นี่เองที่ดึงดูดความสนใจของผู้อำนวยการสร้าง วิลเลี่ยม ฮอร์เบิร์ก และ รีเบ็คก้า เยลด์แฮม ผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นหุ้นส่วนอยู่ในดรีมเวิร์ก เอสเคจี ขณะที่ได้อ่านนิยายของฮอสไซนี่ ฮอร์เบิร์กและเยลด์แฮมรู้ตัวว่าพวกเขาได้พบเรื่องที่มีความพิเศษจริง ๆ "มันคือหนึ่งในวรรณกรรมที่ทรงพลังที่สุดและมีภาพที่เหมาะกับภาพยนตร์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยอ่านมา มหัศจรรย์มาก" เยลด์แฮมบอก "เราตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ จนเราไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าจะไม่สร้างภาพยนตร์จากเรื่องนี้ได้ยังไง มันคือเรื่องที่ถูกบอกเล่าออกมาอย่างมีจังหวะ กระตุ้นใจ และมีความงดงาม เป็นเรื่องที่มีการตีความเป็นภาพ เมื่อคุณอ่านมัน คุณจะมองเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ได้เลย" ฮอร์เบิร์กกล่าวเสริมว่า  "การได้อ่านเรื่อง The Kite Runner ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เรื่องนี้มันเกี่ยวพันอารมณ์ด้วยไอเดียหลักของเรื่อง ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเคยทำอะไรมาในอดีต จะมีหนทางที่คุณจะกลับมาดีดังเดิมได้เสมอ มันดึงดูดใจคุณในฐานะที่คุณเป็นผู้อ่าน และเจาะลึกสู่ความลับและความกลัวที่พวกเราทุกคนมีในอดีตของเรา คุณเดินทางไปพร้อมกับเด็กชายสองคนนี้ เป็นการเดินทางไปสู่วัฒนธรรม ไปสู่ครอบครัวหนึ่ง และไปสู่การไถ่ถอนบาปของเออเมียร์ ผมพบว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นเรื่องที่มีแววดีทีเดียวในฐานะที่จะกลายมาเป็นภาพยนตร์ได้" ฮอร์เบิร์กและเยลด์แฮมได้นำเรื่อง The Kite Runner ไปเสนอกับวอลเตอร์ ปาร์กส์ และลอรี่ แม็คโดนัลด์ ซึ่งในระหว่างนั้นพวกเขากำลังเปลี่ยนสถานะตัวเองจากประธานร่วมฝ่ายโปรดักชั่นของดรีมเวิร์กส์ไปเป็นผู้อำนวยการสร้างอิสระ ทั้งคู่ตัดสินใจร่วมมือกับฮอร์เบิร์กและเยลด์แฮมเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ของหนังสือนิยายเรื่องนี้ และการพัฒนาบทภาพยนตร์ได้เริ่มต้นขึ้น สำหรับปาร์กส์ หัวใจของหนังสือเรื่องนี้อยู่ที่ความผูกพันที่ดูลึกลับแต่เปราะบางของเพื่อนในวัยเด็ก "ผมคิดถึงมิตรภาพของผมกับเพื่อนตอนอายุ 10 หรือ 11 ขวบขึ้นมาทันที รวมไปถึงโลกแห่งจินตนาการที่พวกเด็กผู้ชายเคยมีสมัยที่พวกเขาเป็นเพื่อนกัน" แม็คโดนัลด์กล่าวเสริมว่า "มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความยืดหยุ่นในวัยเด็ก มีบางอย่างในตัวเด็ก ๆ ที่สามารถค้นพบมิตรภาพและการผจญภัยในโลกส่วนตัวของพวกเขากับเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งมีความเป็นจริงและสะเทือนใจ และในที่สุดมันทำให้เรามีความหวัง นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงที่ฉันได้พบในหนังสือเล่มนี้" ขณะเดียวกัน ทางทีมผู้สร้างได้ให้คาเล็ด ฮอสไซนี่เข้ามาเป็นผู้ร่วมงานในการแปลงนิยายเรื่องนี้ไปสู่ภาพยนตร์ด้วย "คาเล็ดคือทูตที่พาเราไปสู่โลกใบนี้ ซึ่งพวกเราไม่เคยสัมผัสมาก่อน" ฮอร์เบิร์กอธิบายขณะกำลังพัฒนางานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ ฮอร์เบิร์กและเยลด์แฮมได้ลาออกจากดรีมเวิร์กส์ในปี 2005 ฮอร์เบิร์กได้ทำงานกับซิดนี่ย์ คิมเมล เอนเตอร์เทนเม้นต์ (เอสเคอี) ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำงานกับผู้มีความสามารถในวงการและการเลือกเรื่องที่มีคุณภาพสูง และซิดนี่ย์ คิมเมลได้กลายมาเป็นผู้ให้การสนับสนุนโปรเจ็กต์นี้ ขณะที่ฮอร์เบิร์กยังคงทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างต่อไป เจฟฟ์ สกอลล์ จากบริษัทพาร์ติซิแพนต์ โปรดักชั่นส์ บริษัทใหม่ที่มาแรงซึ่งมีหลักการว่า "การเปลี่ยนแปลงโลกด้วยเรื่องเดียว" คือแฟนหนังสือนิยายเรื่องนี้อยู่แล้ว และเขาได้เข้ามาร่วมงานกับเอสเคอีในฐานะผู้ร่วมออกทุนสร้าง ระหว่างการพัฒนางานนี้ หนังสือนิยายเรื่องนี้ได้กลายเป็นหนังสือยอดนิยมตามร้านหนังสือ กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ผู้อ่านพากันบอกเล่าถึงความยอดเยี่ยมของหนังสือเรื่องนี้แบบปากต่อปาก ทางด้านนักวิจารณ์เองก็มีความประทับใจในนิยายเรื่องนี้ไม่แพ้กัน จนทำให้ทีมผู้สร้างทั้งรู้สึกฉงนและตื่นเต้นกับความดังของหนังสือนิยายเรื่องนี้ "อันที่จริงผมว่าพวกเราทุกคนต่างคิดกันอยู่แล้วว่า The Kite Runner จะต้องดังแน่ ๆ " ปาร์กส์สารภาพ "มันเป็นเรื่องที่ดีที่พูดถึงธีมสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการไถ่บาป และพูดถึงความเป็นตัวของตัวคุณจริง ๆ เป็นธีมที่คลาสสิกทั้งนั้น แต่การคาดเดาว่ามันจะต้องกลายเป็นหนังสือฮิต จากนั้นในอีกหลายปีต่อมา สภาพแวดล้อมของภาพยนตร์ตลาด ๆ ของอเมริกาจะเปิดกว้างต่อเรื่องแบบนี้หรือไม่ เราก็ยังสงสัยกันอยู่ ไม่มีใครคาดเดาได้เลย"


>>> ประวัตินักแสดงจากภาพยนตร์ แด่...มิตรภาพ The Kite Runner >>>

 

คาลิด อับดัลลา (KHALID ABDALLA) รับบทเออเมียร์ : เมื่อไม่นานมานี้ คาลิด อับดัลลา ได้ร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์ของพอล กรีนกราสส์ เรื่อง UNITED 93 เขาเริ่มสนใจงานแสดงมาตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี โดยผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นผลงานในแวดวงละครเวที ความรักในงานแสดงละครเวทีของเขาทำให้เขาตัดสินใจเข้าเรียนสาขาวรรณคดีอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเขาได้แสดงนำในละครเวทีเรื่อง "Othello, Equus, Glengarry Glen Ross, Britannicus และ The Duchess of Malfi" หลังสำเร็จการศึกษา อับดัลลาได้กระโดดสู่แวดวงละครเวทีอย่างเต็มตัว และมีผลงานออกมามากมาย

โฮมายูน เออร์ชาดี้ (HOMAYOUN ERSHADI) รับบทบาบา : โฮมายูน เออร์ชาดี้ เกิดที่อิหร่านในปี 1947  เขาได้ศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยเวนิส ในประเทศอิตาลี และสำเร็จการศึกษาในปี 1970 เขาเคยทำงานทางด้านสถาปัตยฯ ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักแสดง โฮมายูนเริ่มต้นงานแสดงในปี 1993 แต่มาเริ่มมีชื่อเสียงในปี 1996 ด้วยบทนำในภาพยนตร์เรื่อง A TASTE OF CHERRY ซึ่งคว้ารางวัล Palm d’Or ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ LOST LOVE, PEAR TREE, RED FLOWER, TROUBLESOME, FIFTH REACTION, PORTRAIT OF A LADY FROM FAR AWAY, TRAVEL TO HIDALO, HAVANA FILE และ WET DREAM

ซีกีเรีย เอบราฮีมี่ (ZEKIRIA EBRAHIMI) รับบท เออเมียร์ ตอนเด็ก : ซีกีเรีย เอบราฮีมี่ เกิดที่กรุงคาบูลในปี 1996 ป้าและลุงเป็นผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะพ่อของเขาเสียชีวิตในเหตุระเบิดที่ถนนในกรุงคาบูล เขามีพี่สาวอายุ 14 ปี ซีกีเรียอยากเป็นหมอหรือนักแสดงเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ The Kite Runner คือผลงานการแสดงชิ้นแรกของเขา

อาห์หมัด ข่าน มาห์มู้ดซาด้า (AHMAD KHAN MAHMOODZADA) รับบท ฮัสซาน ตอนเด็ก : อาห์หมัด ข่าน มาห์มู้ดซาด้า เกิดในปี 1994 และปัจจุบันเขาใช้ชีวิตอยู่ใน Puli Surhkh Karti Sih Kabul ปกติอาห์หมัดชอบเล่นฟุตบอล, เล่นว่าว และขี่จักรยาน หลังเลิกเรียนเขาจะไปช่วยงานพ่อของเขา แม่ของเขาเป็นแม่บ้าน อาห์หมัดเป็นลูกคนโตในบรรดาพี่น้องห้าคน (ผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 1 คน) เขาฝันอยากเป็นนักบิน The Kite Runner คือภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา

ฌอน ทู้บ (SHAUN TOUB) รับบทราฮิม ข่าน : ฌอน ข่าน ให้บทบาทการแสดงที่น่าประทับใจในบทฟาร์ฮัด ในภาพยนตร์รางวัลออสการ์ เรื่อง CRASH ก่อนหน้าที่ภาพยนตร์เรื่อง The Kite Runner จะเริ่มต้นงานถ่ายทำ ฌอนเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง NATIVITY ซึ่งเปิดตัวฉายไปในเดือนธันวาคม ปี 2006 ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาของเขา ได้แก่ BAD BOYS, BROKEN ARROW, ภาพยนตร์ของเอชบีโอ เรื่อง LIVE FROM BAGHDAD และ PATH TO PARADISE

อาลี ดาเนช บากห์ทยารี (ALI DANESH BAKHTYARI) รับบทโซหรับ : อาลี ดาเนช บากห์ทยารีเกิดในอัฟกานิสถาน ในปี 1994 เขามีพี่น้องผู้ชาย 5 คน มีพี่น้องผู้หญิง 3 คน เขาชอบเล่นฟุตบอล และชอบวาดภาพ ประดิษฐ์ตัวอักษร  The Kite Runner คือผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา

ซาอิด แท็กมาอูอิ (SAID TAGHMAOUI) รับบทฟาริด : ซาอิด แท็กมาอูอิ เกิดในฝรั่งเศส โดยพ่อแม่ของเขาเป็นชาวโมร็อคโค บทบาทที่ทำให้ซาอิดเริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนได้แก่บทพั๊งก์ชาวอาหรับในภาพยนตร์เรื่อง LA HAINE ซึ่งเปิดตัวที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 1995 ต่อมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คว้ารางวัลต่าง ๆ ตามงานเทศกาลภาพยนตร์ และทำให้ซาอิดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลซีซาร์ สาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ผลงานภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของเขา ได้แก่ การรับบทเป็นชู้รักของเคต วินสเลต ในภาพยนตร์เรื่อง HIDEOUS KINKY ซึ่งทำให้เขาได้รับเลือกให้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ของเดวิด โอ รัสเซลล์ เรื่อง THREE KINGS หลังจากนั้น เขาได้แสดงนำในภาพยนตร์ของนีล จอร์แดน เรื่อง THE GOOD THIEF, ภาพยนตร์ของเดวิด มาเม็ต เรื่อง SPARTAN, HILDAGO และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็คือภาพยนตร์เรื่อง VANTAGE POINT เขาได้กลับไปร่วมงานกับเดวิด โอ รัสเซลล์อีกรอบในภาพยนตร์เรื่อง I HUCKABEES

                              

อาทอสซ่า ลีโอนี่ (ATOSSA LEONI) รับบทโซรายา : อาทอสซ่า ลีโอนี่ มีผลงานทั้งที่เป็นภาพยนตร์ ผลงานทางทีวี และละครเวทีทั่วทั้งยุโรปและอเมริกา เธอเกิดในกรุงเบอร์ลิน และสามารถพูดได้ทั้งภาษาฟาร์ซี, ดารี, อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส และ อิตาลี อาทอสซ่าเริ่มต้นงานแสดงตั้งแต่เด็ก เธอเคยรับบทนำในซีรีส์ทางทีวีของเยอรมันตั้งแต่อายุ 12 ปี และมีผลงานทั้งจอเงิน จอแก้ว และละครเวทีมาเรื่อย ๆ เธอเคยรับบทนำหญิงในภาพยนตร์เรื่อง AMERICA SO BEAUTIFUL